h1.post-title{ font-size:20px;}
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จดทะเบียนบริษัท แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จดทะเบียนบริษัท แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2565

จดทะเบียนบริษัท,จดทะเบียนห้างหุ้นส่วน

จดทะเบียนบริษัท,จดทะเบียนห้างหุ้นส่วน  

***จดทะเบียนบริษัท 7,000 บาท(รวมค่าธรรมเนียม
ฟรีค่าธรรมเนียมทุกประเภท+จดบัตรภาษี+ภาษีมูลค่าเพิ่ม+ทำบัญชีเดือนแรก
***จดทะเบียนห้างหุ้นส่วน 3,000 บาท(รวมค่าธรรมเนียม)

ฟรีค่าธรรมเนียมทุกประเภท+จดบัตรภาษี+ภาษีมูลค่าเพิ่ม+ทำบัญชีเดือนแรก
***จดทะเบียนพาณิชย์ ร้านค้า คณะบุคคล 1,500 บาท(ราคาจดทะเบียนรวมค่าธรรมเนียมทั้งหมดแล้ว)
***จดเลิกกิจการ เริ่มต้น 11,000 บาท รวมปิดงบเลิกประกาศลงหนังสือพิมพ์และค่าธรรมเนียมทั้งหมดแล้ว
***จดเปลี่ยนแปลงที่อยู่ กรรมการเข้าออก เปลี่ยนอำนาจกรรมการ เปลี่ยนวัตถุประสงค์เปลี่ยนชื่อ เพิ่มทุน ค่าบริการ เริ่มต้น 1,500 บาท (ไม่รวมค่าธรรมเนียมและประกาศลงหนังสือพิมพ์ตามกฎของกรม)
***จดเปลี่ยนแปลงภาษีมูลค่าเพิ่มกับกรมสรรพากร (ภ.พ.09)1,500 บาท
***จดบัตรผู้เสียภาษี 500 บาทจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม 1,500 บาท
***ขึ้นทะเบียนประกันสังคม 1,500 บาท
บริการงานจดทะเบียนบริษัท จดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด
***จดทะเบียนบริษัท จดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด

***จดทะเบียนพาณิชย์ ร้านค้า คณะบุคคล

***จดเลิกกิจการ รวมปิดงบเลิก ประกาศลงหนังสือพิมพ์

***จดเปลี่ยนแปลงที่อยู่ กรรมการเข้าออก เปลี่ยนอำนาจกรรมการเปลี่ยนวัตถุประสงค์ เปลี่ยนชื่อเพิ่มทุน

***จดเปลี่ยนแปลงภาษีมูลค่าเพิ่มกับกรมสรรพากร (ภ.พ.09)

บริการงานด้านรับทำบัญชีและตรวจสอบบัญชี
สำนักงานในฐานะผู้ให้บริการรับทำบัญชีที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำบัญชีอย่างถูกต้องตามกฎหมายกับกระทรวงพาณิชย์ บริหารและดำเนินงานโดยทีมงานผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ผู้สอบบัญชีภาษีอากรปริญญาโทและทีมงานที่มีคุณภาพได้เล็งเห็นความสำคัญของการรับทำบัญชีที่ถูกต้อง ครบถ้วนและประโยชน์ของการนำข้อมูลทางบัญชีมาใช้เพื่อการตัดสินใจขอเสนอบริการต่างๆที่ครบวงจรเพื่อเป็นทางเลือกใหม่ของผู้ประกอบการ

***จัดทำเอกสารรับทำบัญชีละเอียดทุกใบ ด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปบนวินโดว์ที่กรมสรรพากรรับรองล่าสุดและลงรายการทางบัญชี จัดทำสมุดบัญชี รายงานทางบัญชีต่างๆ ให้ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด

***จัดทำสมุดบัญชี 5 เล่ม และปิดงบการเงินตามที่สรรพากรกำหนดให้นิติบุคคลมีหน้าที่จัดทำ

***ตรวจสอบบัญชีโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ราคายุติธรรมลูกค้าสำนักงานปิดงบให้ฟรี คิดเฉพาะค่าสอบบัญชี

***ควบคุมดูแลระบบบัญชี Update เดือนต่อเดือนเพื่อวางแผนการชำระภาษีให้มีประสิทธิภาพถูกต้องที่สุดและประหยัดที่สุด

***ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำบัญชีตามที่อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนด(กฎหมายเริ่มใช้ตั้งแต่ปี 45)

***คำนวณและยื่นภาษีรายเดือน ภงด. 1,3,53 ภ.พ.30 และประกันสังคม

***คำนวณและยื่นภาษี ภงด.90, ภงด.91, ภงด.94 ของพนักงานและเจ้าของกิจการ

***จัดทำรายงานบัญชีเพื่อการบัญชีเพื่อการบริหารเพื่อประโยชน์ในการตัดสินในของผู้ประกอบการ
***คำนวณและยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคล ภงด.50 และภงด.51

***ให้คำแนะนำวิธีการบัญชีเพื่อผลด้านภาษีอากรที่ถูกต้องและประหยัด

***ให้ คำแนะนำระบบบัญชี ผังทางเดินเอกสาร ให้เหมาะสมกับกิจการและบุคลากรที่มีอยู่ในองค์กรรวมถึงเอกสารเบื้องต้นที่จำเป็นในการบันทึกบัญชี

*** สำนักงานมีการควบคุมระบบเอกสารและสถานที่สำหรับเก็บเอกสารอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยและเพียงพอ ลูกค้าสามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลาเพื่อความมั่นใจในบริการว่าเอกสารเมื่อจัดส่งมาที่สำนักงานจะมีการจัดเก็บรักษาเป็นอย่างดีไม่สูญหาย ทั้งหมดนี้บริการคุณด้วยทีมงานทั้งหมดที่มี ราคาเริ่มต้น 2,000 บาท รวมยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มให้รับส่งเอกสารถึงบริษัท รวมถึงให้คำปรึกษาเรื่องบัญชีและภาษีทั้งในเวลาทำการและนอกเวลาทำการด้วยความเต็มใจ(จันทร์-อาทิตย์ ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง)หรือคุณมีเรื่องด่วนหลังเวลาทำการโทรสอบถามได้ตลอดเวลา

*** เสียภาษีอย่างไรให้ถูก (เงิน) และ ถูก (ต้อง) ***
สำนักงานเอสซีพีการบัญชี รับทำบัญชี,ตรวจสอบบัญชี,จดทะเบียนบริษัท,จดทะเบียนห้างหุ้นส่วน
โทร083-4923837 คุณสมนึก
Email : scpaccounting@hotmail.com

วันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ระเบียบสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง ว่าด้วยการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัท (ฉบับที่ 9) พ.ศ. ๒๕๕7

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการในการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและ
บริษัทจำกัด เพื่อให้มีวัตถุประสงค์ประกอบธุรกิจขายตรง และธุรกิจตลาดแบบตรง มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น
อาศัยอำนาจตามความใน ข้อ ๓ วรรคสาม และข้อ 4 แห่งกฎกระทรวง จัดตั้งสำนักงานทะเบียน
หุ้นส่วนบริษัท แต่งตั้งนายทะเบียน และกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัด
พ.ศ. ๒๕๔๙ ออกตามความในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ นายทะเบียนกลางจึงออกระเบียบ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางว่าด้วยการจดทะเบียน
ห้างหุ้นส่วนและบริษัท (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2557”
ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน 2557
ข้อ 3 บรรดาคำสั่ง ประกาศ และระเบียบอื่นใดในส่วนที่กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้ หรือซึ่งขัด
หรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน
ข้อ 4 ให้ยกเลิกความในข้อ ๓๘ แห่งระเบียบสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางว่าด้วย
การจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัท พ.ศ. ๒๕๕๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วน
บริษัทกลางว่าด้วยการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัท (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2555 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ข้อ ๓๘ ชื่อห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทจะต้องไม่มีคำหรือข้อความใด ๆ ดังต่อไปนี้
(๑) พระนามของพระเจ้าแผ่นดิน พระมเหสี รัชทายาท หรือพระบรมวงศานุวงศ์ในพระราชวงศ์
ปัจจุบัน เว้นแต่จะได้รับพระบรมราชานุญาต
(๒) ชื่อกระทรวง ทบวง กรม ส่วนราชการ ราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานหรือองค์การของรัฐ
เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงที่เกี่ยวข้อง
(๓) ชื่อประเทศ กรณีใช้ชื่อประเทศเป็นส่วนหนึ่งของชื่อให้ระบุไว้ในวงเล็บท้ายชื่อ
(๔) ชื่อที่อาจก่อให้เกิดสำคัญผิดว่ารัฐบาล กระทรวง ทบวง กรม ส่วนราชการ ราชการส่วนท้องถิ่น
หน่วยงานหรือองค์การของรัฐทั้งของประเทศไทยหรือต่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศเป็นเจ้าของ
หรือผู้ดำเนินการ
(๕) ชื่อซึ่งมีคำว่า “บริษัทมหาชนจำกัด” “บริษัทจำกัด(มหาชน)” “บมจ” “สมาคมการค้า”
หรือ“หอการค้า” หรือชื่อที่คล้ายกันหรือเรียกขานคล้ายกับคำเช่นว่านั้น
(๖) ชื่อภาษาไทยหรือภาษาต่างประเทศ ซึ่งมีความหมายหรือทำให้เข้าใจได้ว่าประกอบธุรกิจ
ธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ ธุรกิจข้อมูลเครดิต ธุรกิจขายตรง
ธุรกิจตลาดแบบตรง กิจการประกันภัย กิจการจัดหางาน และกิจการคลังสินค้า หรือชื่อที่มีคำใดคำหนึ่งที่กำหนด
ไว้ท้ายระเบียบนี้ และที่จะกำหนดขึ้นในภายหลังประกอบชื่อ เว้นแต่จะได้แสดงหลักฐานความเห็นชอบ
ให้ประกอบธุรกิจดังกล่าวได้จากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
คำว่า “โรงเรียน” “สถาบัน” “วิทยาลัย” “มหาวิทยาลัย” หรือคำในภาษาต่างประเทศ
ที่มีความหมายอย่างเดียวกัน เว้นแต่จะได้แสดงหลักฐานความเห็นชอบให้ประกอบธุรกิจดังกล่าวได้
จากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
(๗) ชื่อที่เป็นการสลับชื่อระหว่างห้างหุ้นส่วนกับห้างหุ้นส่วน ห้างหุ้นส่วนกับบริษัท หรือ
บริษัทกับบริษัท
(๘) ชื่อที่เหมือน หรือมีเสียงเรียกขานตรงกันกับชื่อห้างหุ้นส่วน หรือชื่อในหนังสือบริคณห์สนธิ
หรือชื่อบริษัทที่ได้ยื่นขอจดทะเบียน หรือนายทะเบียนได้รับจดทะเบียนไว้ก่อนแล้ว ซึ่งอาจทำให้เกิด
ความหลงผิดได้ เว้นแต่
(๘.๑) ชื่อห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่ได้จดทะเบียนเปลี่ยนชื่อแล้ว หรือ
(๘.๒) ชื่อห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่ได้จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีแล้ว หรือ
(๘.๓) ชื่อในหนังสือบริคณห์สนธิซึ่งนายทะเบียนรับจดทะเบียนแล้วและปรากฏข้อความ
ว่าผู้เริ่มก่อการทุกคนตกลงให้หนังสือบริคณห์สนธิฉบับนั้นสิ้นผล และไม่มีการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท
ภายในสิบปี นับแต่วันที่จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ
(๙) ชื่อที่เหมือน หรือมีเสียงเรียกขานตรงกับชื่อห้างหุ้นส่วน หรือบริษัทจำกัดที่นายทะเบียน
ขีดชื่อออกจากทะเบียนแล้ว เว้นแต่จะพ้นเวลาสิบปีนับแต่วันที่นายทะเบียนขีดชื่อ
(๑๐) ชื่อซึ่งมีเครื่องหมาย สัญลักษณ์ หรือตัวเลขโรมัน
(๑๑) ชื่อ คำ หรือข้อความที่ไม่สามารถใช้เป็นชื่อห้างหุ้นส่วนและบริษัทแนบท้ายระเบียบนี้
(๑๒) ชื่อที่ขัดต่อแนวนโยบายแห่งรัฐ หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของ
ประชาชน
(๑๓) ชื่อที่ใช้ภาษาต่างประเทศมีความหมาย หรือเสียงเรียกขานไม่ตรงกับชื่อภาษาไทย
(๑๔) ชื่อที่ใช้คำ หรือตัวอักษรไม่ถูกหลักภาษาไทย
ผู้ขอจองชื่อต้องตรวจสอบชื่อที่ขอจองในระบบการจองชื่อ ตามหลักเกณฑ์ในข้อ ๓๘ (๑) - (๑๑)
ก่อนจองชื่อ ยกเว้นกรณีตามข้อ ๓๘ (๑๒) - (๑๔) ให้นายทะเบียนเป็นผู้ตรวจพิจารณา
กรณีห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทใช้ชื่อซึ่งพ้องกับชื่อในหนังสือบริคณห์สนธิฉบับอื่นซึ่งได้จดทะเบียน
ไว้แล้ว หรือพ้องกับชื่อห้างหุ้นส่วน หรือบริษัทอื่นซึ่งได้จดทะเบียนไว้แล้ว หรือคล้ายคลึงกับชื่อเช่นว่านั้น
จนอาจทำให้เกิดความหลงผิดได้ จะต้องรับผิดชอบในการใช้ชื่อดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๑๘ มาตรา ๖๗ และมาตรา ๑๑๑๕
- 2 -
ข้อ 5 ให้ยกเลิกความในข้อ ๔4 แห่งระเบียบสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางว่าด้วย
การจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัท พ.ศ. ๒๕๕๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ข้อ ๔๔ วัตถุที่ประสงค์ของห้างหุ้นส่วนและบริษัทจะต้องไม่มีลักษณะดังต่อไปนี้
(๑) ขัดต่อกฎหมาย ความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือขัดต่อ
รัฐประศาสโนบาย
(๒) ใช้คำหรือข้อความที่มีความหมายไม่ชัดเจน หรือไม่กำหนดขอบเขตให้ชัดเจนแน่นอน
(๓) ธุรกิจธนาคาร ธุรกิจเงินทุน ธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์
(๔) ธุรกิจประกันภัย ธุรกิจหลักทรัพย์ กิจการข้อมูลเครดิต บริหารสินทรัพย์ กิจการคลังสินค้า
กิจการไซโล หรือกิจการห้องเย็น เว้นแต่จะได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจดังกล่าวจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
(๕) กิจการจัดหางาน เว้นแต่จะได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการดังกล่าวจากกรมการจัดหางาน
(6) กิจการนายหน้า ตัวแทน และตัวแทนค้าต่างในธุรกิจต่างๆ เว้นแต่จะได้ระบุว่า
ยกเว้นกิจการประกันภัย การหาสมาชิกให้สมาคม และการค้าหลักทรัพย์
(7) กิจการเกี่ยวกับการรับจำนองทรัพย์สิน เว้นแต่จะระบุไว้โดยชัดแจ้งว่า “โดยมิได้รับฝากเงิน
หรือรับเงินจากประชาชนและใช้ประโยชน์จากเงินนั้น”
(8) กิจการนายหน้าประกันภัย เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ
กำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
(9) กิจการแชร์
(๑0) กิจการซื้อขายสินค้าล่วงหน้า (คอมโมดิตี้) เว้นแต่จะได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจ
ดังกล่าวจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
(11) กิจการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ การศึกษา โรงเรียน สถาบันการศึกษา
เว้นแต่จะได้ระบุข้อความว่า “เมื่อได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว”
(12) ธุรกิจขายตรง หรือธุรกิจตลาดแบบตรง เว้นแต่จะได้รับการจดทะเบียนให้ประกอบธุรกิจ
ดังกล่าวจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค
ข้อ 6 คำขอจดทะเบียนซึ่งได้ยื่นขอจดทะเบียนไว้ก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ ให้เป็นไปตาม
ระเบียบที่ใช้บังคับอยู่ในขณะยื่นคำขอจดทะเบียนนั้น
ประกาศ ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2557
ผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์
อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
นายทะเบียนกลาง

ที่มา dbd.go.th

วันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2557

หลักเกณฑ์การจดทะเบียนจัดตั้งและเพิ่มทุนของห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัดใหม่ !

ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2558 เป็นต้นไป การยื่นคำขอจดทะเบียนจัดตั้งและเพิ่มทุนของห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัด ซึ่งมีทุนที่ขอจดทะเบียนเกินกว่า 5 ล้านบาทขึ้นไป จะต้องมีการจัดส่งเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการรับชาระค่าลงทุนต่อนายทะเบียน เพิ่มเติมดังนี้

1.การจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัด
(1)กรณีชำระด้วยเงิน ให้จัดส่งเอกสารหลักฐานที่ธนาคารออกให้เพื่อรับรองหรือแสดงว่าห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัดได้รับชำระเงินลงหุ้นหรือเงินค่าหุ้นแล้ว ภายใน 15 วันนับถัดจากวันที่นายทะเบียนมีคำสั่งรับจดทะเบียน

(2)กรณีชำระด้วยทรัพย์สิน ให้จัดส่งเอกสารหลักฐานดังต่อไปนี้ภายใน 90 วันนับถัดจากวันที่นายทะเบียนมีคำสั่งรับจดทะเบียน
(2.1) ทรัพย์สินประเภทอสังหาริมทรัพย์หรือทรัพย์สินที่มีทะเบียน ให้ส่งสำเนาหลักฐานซึ่งแสดงว่าห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทจำกัดเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์
(2.2) ทรัพย์สินประเภทอื่นให้ส่งสำเนาบัญชี แสดงรายละเอียดและมูลค่าทรัพย์สินที่นำมาลงทุน
2. การจดทะเบียนเพิ่มทุนห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัด
(1) กรณีชำระด้วยเงินให้จัดส่งเอกสารหลักฐานที่ธนาคารออกให้ เพื่อรับรองหรือแสดงว่าห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทจำกัดได้รับชำระเงินลงหุ้นหรือเงินค่าหุ้นแล้ว
(2) กรณีชำระด้วยทรัพย์สิน ให้จัดส่งหนังสือชี้แจงยืนยันการรับชำระค่าลงหุ้นหรือค่าหุ้นด้วยทรัพย์สินของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทจำกัด พร้อมทั้งเอกสารหลักฐานดังต่อไปนี้
(2.1) ทรัพย์สินประเภทอสังหาริมทรัพย์หรือทรัพย์สินที่มีทะเบียน ให้ส่งสำเนาหลักฐานซึ่งแสดงว่าห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทจำกัดเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์
(2.2) ทรัพย์สินประเภทอื่นให้ส่งสำเนาบัญชี แสดงรายละเอียดและมูลค่าทรัพย์สินที่นำมาลงทุน
เอกสารตามข้อ2. ให้จัดส่งพร้อมกับคำขอจดทะเบียน
ทั้งนี้ เอกสารดังกล่าวจะต้องแสดงจำนวนเงินหรือมูลค่าทรัพย์สินที่สอดคล้องกับการชำระค่าลงหุ้นของผู้เป็นหุ้นส่วนหรือค่าหุ้นของผู้ถือหุ้นด้วย
ในกรณีที่ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทจำกัดไม่จัดส่งเอกสารหลักฐานดังกล่าวต่อนายทะเบียน อาจเป็นเหตุให้นายทะเบียนพิจารณาเพิกถอนการจดทะเบียนได้
**************************
ส่วนพัฒนาการจดทะเบียน
กองทะเบียนธุรกิจ
18ธันวาคม 2557

วันพุธที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2556

จองชื่อนิติบุคคลผ่านช่องทางอินเตอร์เน็ตเพียงช่องทางเดียว

เดิมทีการจองชื่อนิติบุคคล สามารถยื่นคำร้องขอจองชื่อผ่านหน่วยงานของกรม กระทรวงพาณิชย์ โดยกรอกใบคำขอ “แบบจองชื่อนิติบุคคล” แล้วนายทะเบียนก็จะทำการลงทะเบียนจองชื่อให้ต่อไป ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 14/01/2556 เป็นต้นไป กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ปรับปรุงระบบการจองชื่อและเพื่อให้มีการแจ้งผลได้รวดเร็วขึ้น จึงปรับให้จองชื่อนิติบุคคลผ่านระบบอินเตอร์เพียงช่องทางเดียว จากประสบการณ์ในจองชื่อบริษัท ห้างหุ้นส่วนจำกัด ผ่านระบบอินเตอร์พบว่าจะใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 วัน ถึงจะทราบผลการอนุมัติ ทั้งนี้นายทะเบียนจะต้องเป็นผู้สั่งอนุมัติชื่ออีกครั้ง เนื่องจากระบบตรวจสอบชื่อยังไม่ละเอียดพอ เช่น กรณีสะกดคำไม่เหมือนกัน ระบบก็จะมองว่าชื่อไม่ซ้ำกัน เช่น บางชื่อใส่ ร์ บางชื่อก็ไม่ใส่ เป็นต้น
ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 14 มกราคม 2556 เป็นต้นไป กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้พัฒนาระบบการตรวจและจองชื่อนิติบุคคล โดยผู้ขอจดทะเบียนสามารถตรวจสอบชื่อที่ต้องการใช้ได้ด้วยตนเอง  ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ก่อนทําการจองชื่อว่าชื่อที่ต้องการใช้เหมือนหรือมีเสียงเรียกขานตรงกัน หรือคล้ายคลึงกับนิติบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนไว้ก่อนแล้วหรือไม่ ซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ของกรมฯ  จะประมวลผลและแสดงข้อมูลชื่นิติบุคคลที่เหมือนหรือใกล้เคียงกับชื่อที่ต้องการตรวจ เพื่อให้พิจารณาและตัดสินใจเองว่าจะใช้ชื่อนั้นหรือไม่  และเมื่อตรวจสอบแล้วว่าชื่อดังกล่าวไม่เหมือนหรือมีเสียงเรียกขานตรงกัน หรือคล้ายกับนิติบุคคลอื่น ให้ดําเนินการจองชื่อผ่านระบบอินเทอร์เน็ต  ทั้งนี้ นายทะเบียนจะตรวจสอบชื่อที่ขอจองอีกครั้งเฉพาะประเด็น ดังต่อไปนี้
- ชื่อที่ใช้คําที่ขัดต่อแนวนโยบายแห่งรัฐหรือชื่อที่ใช้คําที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
- ชื่อที่ใช้ภาษาต่างประเทศมีความหมายหรือมีเสียงเรียกขานไม่ตรงกับชื่อภาษาไทย
- ชื่อที่ใช้คําหรือตัวอักษรไม่ถูกหลักภาษาไทย
หากชื่อที่ใช้เหมือนหรือมีเสียงเรียกขานตรงกัน หรือคล้ายคลึงกับชื่อนิติบุคคลอื่น  ผู้ขอจองชื่อ/ห้างหุ้นส่วน/บริษัทจํากัด ต้องรับผิดชอบในการใช้ชื่อนั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 18  มาตรา 67 และมาตรา 1115 และต้องจดทะเบียนแก้ไขชื่อทันทีที่ทราบหรือควรทราบ เพื่อเป็นการประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการจองชื่อ ไม่ต้องเดินทางไปติดต่อที่หน่วยงานของกรม และมีการแจ้งผลการจองชื่อได้รวดเร็วขึ้น จึงได้ปรับช่องทางจองชื่อให้จองผ่านระบบอินเทอร์เน็ตเพียงช่องทางเดียว
หมายเหตุ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 18 สิทธิของบุคคลในการที่จะใช้นามอันชอบที่จะใช้ได้นั้น ถ้ามีบุคคลอื่นโต้แย้งก็ดี หรือบุคคลผู้เป็นเจ้าของนามนั้นต้องเสื่อมเสียประโยชน์ เพราะการที่มีผู้อื่นมาใช้นามเดียวกันโดยมิได้รับอํานาจให้ใช้ได้ก็ดี บุคคลผู้เป็นเจ้าของนามจะเรียกให้บุคคลนั้นระงับความเสียหายก็ได้  ถ้าและเป็นที่พึงวิตกว่าจะต้องเสียหายอยู่สืบไป จะร้องขอต่อศาลให้สั่งห้ามก็ได้
มาตรา 66 นิติบุคคลย่อมมีสิทธิและหน้าที่ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่น ภายในขอบแห่งอํานาจหน้าที่หรือวัตถุประสงค์ดังได้บัญญัติหรือกําหนดไว้ในกฎหมายข้อบังคับ หรือตราสารจัดตั้ง
มาตรา 67 ภายใต้บังคับมาตรา 66 นิติบุคคลย่อมมีสิทธิและหน้าที่เช่นเดียวกับบุคคลธรรมดา เว้นแต่สิทธิและหน้าที่ซึ่งโดยสภาพจะพึงมีพึงเป็นได้เฉพาะแก่บุคคลธรรมดาเท่านั้น
มาตรา 1115 ถ้าหากว่าชื่อบริษัทซึ่งตั้งไว้ในหนังสือบริคณห์สนธิพ้องกับชื่อบริษัทอื่นซึ่งได้จดทะเบียนแล้วก็ดีหรือพ้องกับชื่อซึ่งตั้งไว้ในหนังสือบริคณห์สนธิฉบับอื่นอันได้จดทะเบียนแล้วก็ดีหรือคล้ายคลึงกับชื่อเช่นกล่าวนั้นจนน่าจะลวงให้มหาชนหลงไปได้ก็ดี ท่านว่าบุคคลผู้ที่มีส่วนได้เสียคนหนึ่งคนใดจะฟ้องเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เริ่มก่อการบริษัทก็ได้และจะร้องขอให้ศาลสั่งบังคับให้เปลี่ยนชื่อนั้นเสียใหม่ก็ได้
เมื่อศาลมีคําสั่งเช่นนั้นแล้ว ก็ต้องบอกชื่อซึ่งเปลี่ยนใหม่นั้นจดลงทะเบียนแทนชื่อเก่า และต้องแก้ใบสําคัญการจดทะเบียนด้วยตามกันไป
ที่มา .. ฝ่ายพิจารณาอนุญาตชื่อนิติบุคคล  ส่วนบริหารการจดทะเบียน  สํานักทะเบียนธุรกิจ โทร. 0 2547 4450   e–mail : nameit@dbd.go.th 

วันจันทร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2556

บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดที่มีคนต่างด้าวร่วมลงทุนหรือมีคนต่างด้าวเป็นกรรมการ

จากเดิมบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดที่มีคนต่างด้าวถือหุ้นตั้งแต่ 40% ขึ้นไป กำหนดให้ผู้เป็นหุ้นส่วนของห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือบริษัทที่เป็นคนไทยทุกคน ต้องส่งหลักฐานแสดงที่มาของเงินลงทุนประกอบคำขอจดทะเบียน เช่น สำเนาสมุดเงินฝากธนาคารหรือสำเนาใบแจ้งยอดบัญชีธนาคาร 6 เดือน หรือเอกสารที่ธนาคารออกให้เพื่อรับรองหรือแสดงฐานะการเงินของผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้น หรือสำเนาหลักฐานที่แสดงแหล่งที่มาของเงินลงทุนหรือถือหุ้น หลักฐานดังกล่าว จะต้องแสดงจำนวนเงินที่สอดคล้องกับจำนวนเงินที่ผู้เป็นหุ้นส่วน หรือผู้ถือหุ้นนำมาลงหุ้นหรือถือหุ้นแต่ละราย แต่ถ้าคนต่างด้าวถือหุ้นไม่ถึง 40% ก็ไม่ต้องแสดงที่มาของเงินลงทุน แต่ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 2556 เป็นต้นไป ห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือบริษัทจำกัดที่มีคนต่างด้าวถือหุ้น หุ้นส่วนหรือผู้ร่วมก่อตั้งคนไทยทุกคนต้องส่งหลักฐานแสดงที่มาของเงินลงทุน (Bank Statemenet)
—————————————————————-
ประกาศสำนักทะเบียนธุรกิจ กระทรวงพาณิชย์
ด้วยปรากฏว่ามีชาวต่างชาติประกอบธุรกิจบางประเภทโดยมิได้รับอนุญาต โดยจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัดและบริษัทจํากัดโดยให้คนไทยลงทุนหรือถือหุ้นแทนคนต่างด้าว (นอมินี) ดังนั้นเพื่อให้การจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัดและบริษัทจํากัดที่มีคนต่างด้าวร่วมลงทุน หรือคนต่างด้าวเป็นกรรมการผู้มีอํานาจลงนามหรือร่วมผูกพันบริษัท เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น สํานักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง จึงได้ออกคําสั่งที่ 205/2555 ให้ผู้ขอจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทดังกล่าว ส่งเอกสารหลักฐานที่ธนาคารออกให้ เพื่อรับรองหรือแสดงฐานะการเงินของผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นที่มีสัญชาติไทยทุกคนประกอบคําขอจดทะเบียนโดยเอกสารดังกล่าว ต้องแสดงจํานวนเงินที่สอดคล้องกับจํานวนเงินที่นํามาลงหุ้นหรือถือหุ้นของผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นแต่ละราย ในกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้
(1) กรณีห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทจํากัดมีผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นที่เป็นคนต่างด้าวลงหุ้นหรือถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทจํากัดไม่ถึงร้อยละ 50 ของเงินลงหุ้นหรือทุนจดทะเบียน
(2) กรณีบริษัทจํากัดไม่มีคนต่างด้าวเป็นผู้ถือหุ้น แต่คนต่างด้าวเป็นกรรมการผู้มีอํานาจลงนาม หรือร่วมลงนามผูกพันบริษัท
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 2556 เป็นต้นไป
………………………………………………………..
ฝ่ายบริหารทั่วไป สํานักทะเบียนธุรกิจ

วันอังคารที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2556

เรื่อง...คิดทบทวนให้เข้าใจ...ก่อนจดทะเบียนบริษัท

ชายชราสอนการจัดการสากล
เรื่อง ...คิดทบทวนให้เข้าใจ...ก่อนจดทะเบียนบริษัท

บริษัทได้รับ E-mail คำถามจากท่าน ขอให้คำปรึกษากับท่านดังนี้
1)  จากข้อมูลที่ท่านกรอก ทุนจดทะเบียนบริษัทอยู่ที่ 50,000 บาท ในทางปฏิบัติ ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนบริษัทที่ทุนไม่เกิน 1.0 ล้านบาท จะเสียค่าธรรมเนียมที่ 5,000 บาท มีความหมายว่า ถ้าท่านจดทุน 50,000 บาท ก็เสียค่าธรรมเนียม 5,000 บาท จดทุน 1.0 ล้านบาท ก็เสีย 5,000 บาท ด้วยเหตุนี้จึงไม่เป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย หากต่อมาท่านประกาศเพิ่มทุนขึ้นอีกแต่ไม่ถึง 1.0 ล้านบาท ท่านก็ต้องเสียค่าธรรมเนียมอีก 5,000 บาท
2)  จากข้อ 1) จึงนิยมจดทะเบียนที่ทุน 1.0 ล้านบาทเป็นขั้นต่ำ โดยทำการเรียกชำระค่าหุ้น 25% ของ 1.0 ล้านบาท แต่กรณีนี้ท่านมีเงินทุนจริงอยู่ 50,000 บาท การบันทึกบัญชีในวันแรกของการตั้งบริษัทจะบันทึก
(1) เงินสด 50,000
(2) ลูกหนี้เงินกู้กรรมการ 200,000
(3) ทุน 25% 250,000
ท่านจะพบว่า สินทรัพย์ (1) + (2) = (3) ภายใต้เงื่อนไขว่าบริษัทไม่มีหนี้สิน
3)  จากข้อ 2) บริษัทจะออกงบการเงินได้ตามหลักบัญชี และผ่านการสอบบัญชีได้
4)  ปัญหาของท่านตาม 2) คือ รายการลูกหนี้เงินกู้กรรมการ ซึ่งเป็นรายการเสมือนว่า ท่านมีเงินจ่ายค่าหุ้นครบ 250,000 บาท แต่หลังจากที่จ่ายค่าหุ้นมาครบ 25% แล้ว ท่านในฐานะกรรมการมาขอยืมเงินบริษัทไปใช้ ทำให้ท่านกลายเป็นลูกหนี้
5)  หลังจากตั้งบริษัทเสร็จ วันใดที่ท่านมีเงิน ท่านก็ใส่เงินเข้าบริษัท ในรูปแบบของการคืนเงินกู้ให้กับบริษัท รายการลูกหนี้ก็จะลดลงและรายการเงินสดจะเพิ่มขึ้น ในจำนวนเดียวกันกับที่ท่านนำเงินกู้มาคืน
6)  การทยอยคืนเงินกู้ตาม 5) ไม่จำกัดระยะเวลา ท่านค่อยๆ ดำเนินการ ลูกหนี้ก็จะหมดไป เท่ากับว่าท่านได้ทยอยลงทุนนั่นเอง
7)  ธุรกิจของท่านเป็นธุรกิจรับเหมา หากมูลค่างานไม่สูง และลูกค้าเป็นรายย่อย ไม่ต้องการใบเสร็จรับเงิน การจดบริษัทในขณะนี้อาจเร็วเกินไป แต่หากลูกค้าแม้เป็นรายย่อย แต่ต้องการใบเสร็จรับเงิน การจดบริษัทในขณะนี้ก็มีความจำเป็น
8)  การจดบริษัทเร็วเพื่อให้บริษัทมีความเก่าแก่ เป็นเรื่องที่ท่านจะได้ประโยชน์ในด้านของความน่าเชื่อถือ แต่ความน่าเชื่อถือเรื่องอายุบริษัทอย่างเดียวไม่พอ ยังต้องแสดงผลประกอบการให้เห็นในงบการเงินอีกด้วย หากแม้นบริษัทเก่าแก่ แต่งบการเงินดูไม่ดี ความเก่าแก่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรมาก
9)  การพิจารณาข้อ 7) จึงเป็นสาระที่นำไปสู่การตัดสินใจว่า จะจดบริษัทในขณะนี้ทันทีหรือไม่ เพราะการจดบริษัทขึ้นจะทำให้เกิดค่าใช้จ่ายเรื่องบัญชี/ภาษี และการสอบบัญชีมีต้นทุนอยู่ที่ปีละ 30,000 – 50,000 บาทโดยประมาณ ท่านจึงต้องตัดสินใจให้รอบคอบอีกที
10)  ส่วนเงื่อนไขอื่นๆ ที่ท่านต้องการให้มี เช่น เพิ่มทุนด้วยการจ่ายค่าหุ้นเป็นอย่างอื่นที่ไม่ใช่เงิน/ออกหุ้น บุริมสิทธิ/ขายหุ้นเกินราคา PAR/ฯลฯ บริษัทดำเนินการให้กับท่าน แต่การจะดำเนินการต่อเงื่อนไขใด จะต้องพิจารณาเรื่องที่เกิดขึ้นกับท่าน ว่ามีความเหมาะสมต่อเงื่อนไขใด ซึ่งท่านต้องแจ้งต่อบริษัทให้รับทราบก่อน จึงจะกำหนดเงื่อนไขให้ท่านได้
11)  เรื่องการคิดที่จะทำบริษัทให้ถูกต้องตามกติกาที่กฎหมายกำหนด ถือเป็นเรื่องดีเยี่ยมและเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จ
12)  ใบหุ้น หากจะให้บริษัททำ ก็ทำให้ท่านได้
ณ ขณะนี้บริษัทยังไม่เสนอค่าบริการกับท่าน บริษัทต้องการให้ท่านพิจารณาข้อมูลคำแนะนำตามจดหมายฉบับนี้ หากท่านตัดสินใจอย่างไร ขอให้แจ้งกลับบริษัทอีกครั้ง บริษัทจะดำเนินการให้กับท่าน

ชาย  กิตติคุณาภรณ์
fpmconsultant.com

วันพฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2554

หลักเกณฑ์การกำหนดวัตถุประสงค์ของห้างหุ้นส่วนและบริษัท

1. วัตถุที่ประสงค์ของห้างหุ้นส่วนบริษัทจะต้องไม่มีลักษณะดังต่อไปนี้
1.1 ขัดต่อกฎหมาย ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือขัดต่อรัฐประศาสโนบาย
1.2 ใช้คำหรือข้อความที่มีความหมายไม่ชัดเจน หรือไม่กำหนดขอบเขตให้ชัดเจนแน่นอน
1.3 ธุรกิจธนาคาร ธุรกิจเงินทุน ธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์
1.4 ธุรกิจประกันภัย ธุรกิจหลักทรัพย์ กิจการข้อมูลเครดิต บริหารสินทรัพย์ กิจการคลังสินค้า กิจการไซโล หรือกิจการห้องเย็น เว้นแต่จะได้รับอนุญาตให้จัดตั้งเพื่อประกอบธุรกิจดังกล่าวจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
1.5 กิจการจัดหางาน เว้นแต่จะได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการดังกล่าวจากกรมการจัดหางาน
1.6 กิจการนายหน้า ตัวแทน และตัวแทนค้าต่างในธุรกิจต่างๆ เว้นแต่จะได้ระบุว่ายกเว้นกิจการประกันภัย การหาสมาชิกให้สมาคม และการค้าหลักทรัพย์
1.7 กิจการเกี่ยวกับการรับจำนองทรัพย์สิน เว้นแต่จะได้ระบุไว้โดยชัดแจ้งว่า “โดยมิได้รับฝากเงินหรือรับเงินจากประชาชนและใช้ประโยชน์จากเงินนั้น”
1.8 กิจการนายหน้าประกันภัย เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
1.9 กิจการแชร์
1.10 กิจการซื้อขายสินค้าล่วงหน้า (คอมโมดิตี้) เว้นแต่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจดังกล่าวจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
1.11 กิจการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ธุรกิจขายตรง ธุรกิจตลาดแบบตรงการศึกษา โรงเรียน สถาบันการศึกษา เว้นแต่จะได้ระบุข้อความว่า “เมื่อได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว”

2. แบบวัตถุประสงค์สำเร็จรูปที่กรมฯ ได้จัดทำขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ขอจดทะเบียนมี 5 แบบ คือ
(1) แบบ ว.1 การประกอบพาณิชยกรรม *ดูตัวอย่าง*
(2) แบบ ว.2 การประกอบธุรกิจบริการ *ดูตัวอย่าง*
(3) แบบ ว.3 การประกอบอุตสาหกรรมและหัตถกรรม *ดูตัวอย่าง*
(4) แบบ ว.4 การประกอบเกษตรกรรม *ดูตัวอย่าง*
(5) แบบ ว.5 การประกอบธุรกิจสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค *ดูตัวอย่าง*

3. การใช้แบบวัตถุที่ประสงค์สำเร็จรูปแนบคำขอจดทะเบียน ผู้ขอจดทะเบียนสามารถเลือกใช้ได้เฉพาะแบบใดแบบหนึ่ง จะแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงข้อความในแบบวัตถุที่ประสงค์สำเร็จรูปไม่ได้

4. ในกรณีที่ผู้ขอจดทะเบียนมีความประสงค์จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมวัตถุประสงค์จากที่กำหนดไว้ในวัตถุประสงค์สำเร็จรูป ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องจัดทำวัตถุที่ประสงค์ขึ้นใหม่โดยใช้แบบ ว. สีขาว จดทะเบียนบริษัท

วันพุธที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

การจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมชื่อบริษัทจำกัดและตราสำคัญ

ขั้นตอนการจดทะเบียนแก้ไขเพมิ่ เติมหนังสือบริคณห์สนธิ ข้อ 1. (ชื่อ) มีดังนี้
1. กรรมการของบริษัทจองชื่อนิติบุคคล *ดูหลักเกณฑ์การจองชื่อนิติบุคคล*
2. จัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อมีมติพิเศษ โดยส่งคำบอกกล่าวนัดประชุมผู้ถือหุ้นทาง
ไปรษณีย์ตอบรับ และลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่อย่างน้อยหนึ่งคราวก่อนวันประชุมไม่น้อย
กว่า 14 วัน และให้ระบุวาระการประชุมเรื่องแก้ไขเพิ่มเติมชื่อบริษัทและตราสำคัญของบริษัท รวมทั้ง
แก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 1. (ชื่อ) ที่ต้องการจะแก้ไขให้ครบถ้วน
การนับระยะเวลาบอกกล่าวนัดประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น ให้เริ่มนับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ส่งคำบอก
กล่าวทางไปรษณีย์ตอบรับหรือวันที่ลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือพิมพ์ซึ่งเป็นวันที่ดำเนินการหลังสุดเป็น
วันแรกแห่งระยะเวลา และการประชุมจะมีขึ้นได้ในวันถัดจากวันสิ้นสุดแห่งกำหนดระยะเวลานั้น
3. ในการลงมติให้แก้ไขชื่อ และตราสำคัญของบริษัท รวมทั้งแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิข้อ
1. (ชื่อ) ต้องลงมติด้วยคะแนนเสียงข้างมากไม่ต่ำกว่าสามในสี่ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่ม
ประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน
4. จัดทำคำขอจดทะเบียน รายการแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 1. (ชื่อบริษัท)โดย
ให้กรรมการตามอำนาจที่จดทะเบียนไว้เป็นผู้ขอจดทะเบียนแล้วยนื่ จดทะเบียนต่อนายทะเบียน
5. ในกรณีที่บริษัทจดทะเบียนตราสำคัญไว้โดยระบุชื่อบริษัทไว้ในตรา บริษัทต้องจด
ทะเบียนแก้ไขตราสำคัญให้สอดคล้องกับชื่อใหม่ด้วย ให้ระบุรายการแก้ไขตราสำคัญไว้ในคำขอจด
ทะเบียนเดียวกับการแก้ไขชื่อบริษัท จดทะเบียนบริษัท

วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ตารางค่าธรรมเนียมจดทะเบียนกระทรวงพาณิชย์

ตารางค่าธรรมเนียม

การขอใบสำคัญหรือใบแทนใบสำคัญ การขอตรวจเอกสาร การขอสำเนาเอกสารพร้อมคำรับรอง
และการขอหนังสือรับรอง ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด
บาท
1.การออกใบสำคัญหรือใบแทนใบสำคัญ
1.1 การขอใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทจำกัด ฉบับละ100.-
1.2 การขอใบสำคัญหรือใบแทนใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน บริษัทมหาชนจำกัด ฉบับละ200.-
2. การตรวจเอกสาร
2.1 การตรวจคำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบของห้างหุ้นส่วน รายละ50.-
หรือบริษัทจำกัด
2.2 การตรวจเอกสารของแต่ละบริษัท (บริษัทมหาชนจำกัด)ครั้งละ50.-
2.3 การตรวจงบการเงินและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น รายละ 50.-
3. การขอสำเนาเอกสารพร้อมคำรับรองหน้าละ50.-
4. การขอหนังสือรับรองข้อความในทะเบียน รายการละ40.-
5. การถ่ายข้อมูลที่ได้จัดทำจากระบบคอมพิวเตอร์
- ค่าบริการ ครั้งละ800.-
- ค่าบันทึกข้อมูลซึ่งมีความยาวของระเบียนไม่เกินสองร้อยอักขระระเบียนละ 0.30
ในกรณีระเบียนมีความยาวมากกว่าสองร้อยอักขระ ให้คิดทุกจำนวน
สองร้อยอักขระ เป็นหนึ่งระเบียน ระเบียนละ 0.30
เศษของสองร้อยอักขระ ให้คิดเป็นหนึ่งระเบียน
หมายเหตุ "ระเบียน" หมายความว่า หน่วยของรายการข้อมูลที่จัดเก็บอยู่ในฐานข้อมูล
ซึ่งแสดงออกในรูปของอักขระในแต่ะละบรรทัด
6. การถ่ายโอนข้อมูลจากระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ขอข้อมูล
- ค่าธรรมเนียมในการให้บริการติดตั้งโปรแกรมเชื่อมโยงข้อมูล ครั้งละ3,000.-
- ค่าบริการถ่ายโอนข้อมูลรายละ60.-
- การต่อโปรแกรมเชื่อมโยงข้อมูล เนื่องจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าตัดการเชื่อมโยงข้อมูลครั้งละ3,000.-
หมายเหตุ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะตัดการเชื่อมโยงข้อมูลเมื่อปรากฏว่าไม่มีการใช้บริการถ่ายโอนข้อมูล
เป็นระยะเวลาหกเดือนติดต่อกันนับตั้งแต่ติดตั้งหรือต่อโปรแกรมเชื่อมโยงข้อมูล
หรือนับจากมีการถ่ายโอนข้อมูลครั้งสุดท้าย

จดทะเบียนห้างหุ้นส่วน
บาท
1. จดทะเบียนห้างหุ้นส่วน
1.1 ทุนของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนรวมกันไม่เกิน 1,000,000 บาท 1,000.-
1.2 ทุนของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนรวมกันทุก 100,000 บาท ที่กำหนดไว้ 100.-
(เศษของ 100,000 บาท ให้คิดเป็น 100,000 บาท)
1.3 ทุนของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนรวมกันตั้งแต่ 5,000,000 บาท 5,000.-
2. จดทะเบียนควบห้างหุ้นส่วน 2,000.-
3. จดทะเบียนแก้ไขชื่อห้างหุ้นส่วน 400.-
4. จดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมวัตถุประสงค์ 400.-
5. จดทะเบียนแก้ไขที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ และ/หรือสำนักงานสาขา 400.-
6. จดทะเบียนหุ้นส่วนเข้าใหม่ คนละ300.-
7. จดทะเบียนหุ้นส่วนออก คนละ300.-
8. จดทะเบียนแก้ไขทุน
8.1 จดทะเบียนลดทุนของผู้เป็นหุ้นส่วน คนละ300.-
8.2 จดทะเบียนเพิ่มทุนของผู้เป็นหุ้นส่วน
คิดตามทุนของผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนที่เพิ่มขึ้นรวมกันทุก 100,000 บาท 100.-
(เศษของ 100,000 บาท ให้คิดเป็น 100,000 บาท)
เพิ่มทุนตั้งแต่ 5,000,000 บาท 5,000.-
9. จดทะเบียนเปลี่ยนสิ่งที่นำมาลงหุ้นของผู้เป็นหุ้นส่วนคนละ300.-
10. จดทะเบียนเปลี่ยนจำพวกหุ้นส่วนคนละ300.-
11. จดทะเบียนแก้ไขหุ้นส่วนผู้จัดการ 400.-
12. จดทะเบียนข้อจำกัดอำนาจหุ้นส่วนผู้จัดการ 400.-
13. จดทะเบียนแก้ไขตรา 400.-
14. จดทะเบียนรายการอื่น ๆ ซึ่งเห็นสมควรจะให้ประชาชนทราบ 400.-
15. จดทะเบียนเลิกห้างหุ้นส่วน 400.-
16. จดทะเบียนเปลี่ยนตัวผู้ชำระบัญชี 400.-
17. จดทะเบียนแก้ไขอำนาจผู้ชำระบัญชี 400.-
18. จดทะเบียนแก้ไขสำนักงานชำระบัญชี 400.-
19. จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี 400.-

จดทะเบียนบริษัทจำกัด
บาท
1. จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ
1.1 ทุนจดทะเบียนไม่เกิน 1,000,000 บาท 500.-
1.2 ทุนจดทะเบียนทุก 100,000 บาท ที่กำหนดไว้50.-
(เศษของ 100,000 บาท ให้คิดเป็น 100,000 บาท)
1.3 ทุนจดทะเบียนตั้งแต่ 50,000,000 บาท 25,000.-
2. จดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิก่อนจัดตั้งบริษัท
2.1 จดทะเบียนแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิทุกข้อ(นอกจากการเพิ่มทุน)400.-
2.2 จดทะเบียนแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิเพื่อเพิ่มทุน
(1) ทุนจดทะเบียนที่เพิ่มไม่เกิน 1,000,000 บาท 500.-
(2) ทุนจดทะเบียนทุก 100,000 บาท ที่เพิ่มขึ้น 50.-
(เศษของ 100,000 บาท ให้คิดเป็น 100,000 บาท)
(3) ทุนจดทะเบียนที่เพิ่มตั้งแต่ 50,000,000 บาท 25,000.-
3. จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัด
3.1 ทุนจดทะเบียนไม่เกิน 1,000,000 บาท 5,000.-
3.2 ทุนจดทะเบียนทุก 100,000 บาท ที่กำหนดไว้ 500.-
(เศษของ 100,000 บาท ให้คิดเป็น 100,000 บาท)
3.3 ทุนจดทะเบียนตั้งแต่ 50,000,000 บาท ขึ้นไป 250,000.-
4. จดทะเบียนควบบริษัทจำกัด5,000.-
5. จดทะเบียนการแปรสภาพห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนหรือ
ห้างหุ้นส่วนจำกัดเป็นบริษัทจำกัด
5.1 ทุนจำนวนไม่เกิน 1,000,000 บาท 5,000.-
5.2 ทุนจดทะเบียนทุก 100,000 บาท ที่กำหนดไว้ 500.-
(เศษของ 100,000 บาท ให้คิดเป็น 100,000 บาท)
5.3 ทุนจดทะเบียนตั้งแต่ 50,000,000 บาท ขึ้นไป 250,000.-
6. จดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมบริษัท
6.1 จดทะเบียนมติพิเศษ (เพิ่มทุน/ลดทุน/ควบบริษัท) 400.-
6.2 จดทะเบียนเพิ่มทุน
คิดตามทุนที่เพิ่มทุก 100,000 บาท 500.-
(เศษของ 100,000 บาท ให้คิดเป็น 100,000 บาท)
เพิ่มทุนตั้งแต่ 50,000,000 บาท ขึ้นไป 250,000.-
6.3 จดทะเบียนลดทุน 400.-
6.4 จดทะเบียนแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิทุกข้อ 400.-
6.5 จดทะเบียนแก้ไขข้อบังคับทุกข้อ 400.-
6.6 จดทะเบียนกรรมการเข้าใหม่ คนละ400.-
6.7 จดทะเบียนกรรมการออก (ไม่กำหนดจำนวนคน) 400.-
6.8 จดทะเบียนแก้ไขอำนาจกรรมการ 400.-
6.9 จดทะเบียนแก้ไขสำนักงานแห่งใหญ่ และ/หรือสำนักงานสาขา 400.-
6.10 จดทะเบียนแก้ไขดวงตรา400.-
6.11 จดทะเบียนรายการอื่น ๆ ซึ่งเห็นสมควรจะให้ประชาชนทราบ 400.-
7. จดทะเบียนเลิกบริษัทและชำระบัญชี 400.-
8. จดทะเบียนเปลี่ยนตัวผู้ชำระบัญชี 400.-
9. จดทะเบียนแก้ไขอำนาจผู้ชำระบัญชี 400.-
10. จดทะเบียนแก้ไขสำนักงานผู้ชำระบัญชี 400.-
11. จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี 400.-

จดทะเบียนบริษัทมหาชนจำกัด
บาท
1. จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ
1.1 ทุนจดทะเบียนไม่เกิน 1,000,000 บาท 1,000.-
1.2 ทุนจดทะเบียนทุก 1,000,000 บาท ที่กำหนดไว้ 1,000.-
(เศษของ 1,000,000 บาท ให้คิดเป็น 1,000,000 บาท)
1.3 ทุนจดทะเบียนตั้งแต่ 50,000,000 บาท ขึ้นไป 50,000.-
2. จดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิก่อนจัดตั้งบริษัท
2.1 จดทะเบียนแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิทุกข้อก่อนจัดตั้งบริษัท 500.-
(นอกจากการเพิ่มทุน)
2.2 จดทะเบียนแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิเพื่อเพิ่มทุน
(1) ทุนจดทะเบียนที่เพิ่มไม่เกิน 1,000,000 บาท 1,000.-
(2) ทุนจดทะเบียนทุก 1,000,000 บาท ที่เพิ่มขึ้น 1,000.-
(เศษของ 1,000,000 บาท ให้คิดเป็น 1,000,000 บาท)
(3) ทุนจดทะเบียนที่เพิ่มตั้งแต่ 50,000,000 บาท ขึ้นไป 50,000.-
3. จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด
3.1 ทุนจดทะเบียนไม่เกิน 1,000,000 บาท 1,000.-
3.2 ทุนจดทะเบียนทุก 1,000,000 บาท ที่กำหนดไว้ 1,000.-
(เศษของ 1,000,000 บาท ให้คิดเป็น 1,000,000 บาท)
3.3 ทุนจดทะเบียนตั้งแต่ 250,000,000 บาท ขึ้นไป250,000.-
4. จดทะเบียนแปรสภาพบริษัท
4.1 ทุนจำนวนไม่เกิน 1,000,000 บาท 1,000.-
4.2 ทุนจดทะเบียนทุก 1,000,000 บาท ที่กำหนดไว้ 1,000.-
(เศษของ 1,000,000 บาท ให้คิดเป็น 1,000,000 บาท)
4.3 ทุนจดทะเบียนตั้งแต่ 50,000,000 บาท ขึ้นไป 50,000.-
5. จดทะเบียนควบบริษัท 10,000.-
6. จดทะเบียนเพิ่มทุนบริษัท
6.1 ทุนจดทะเบียนที่เพิ่มไม่เกิน 1,000,000 บาท 1,000.-
6.2 ทุนจดทะเบียนทุก 1,000,000 บาท ที่เพิ่มขึ้น 1,000.-
(เศษของ 1,000,000 บาท ให้คิดเป็น 1,000,000 บาท)
6.3 ทุนจดทะเบียนที่เพิ่มตั้งแต่ 250,000,000 บาท250,000.-
7. จดทะเบียนลดทุนบริษัท500.-
8. จดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมหนังสือบริคณห์สนธิบริษัทนอกจากกรณีเพิ่มทุน500.-
9. จดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับ500.-
10. จดทะเบียนตั้งกรรมการเข้าใหม่ คนละ500.-
11. จดทะเบียนกรรมการออก (ไม่กำหนดจำนวนคน)500.-
12. จดทะเบียนเลิกบริษัท500.-
13 จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี500.-
14. จดทะเบียนเรื่องอื่น ๆ เรื่องละ500.-

แบบพิมพ์ที่ใช้จดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัท และทะเบียนพาณิชย์
( แบบพิมพ์ที่แจกฟรี )
( แบบพิมพ์ที่จำหน่าย )
บาท
ห้างหุ้นส่วนบริษัท
แบบ บอจ. 1 , 2 , 3, 4
แบบ หส. 1 , 2
แบบ ก.
แบบ ว.
แบบ สสช. 1
แบบ ลช. 1 , 2 , 3 , 5 , 6
ห้างหุ้นส่วนบริษัท
- แบบจองชื่อนิติบุคคล 2 ฉบับ
- แบบ บอจ. 5 (สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น)
- แบบหนังสือมอบอำนาจ
- แบบหนังสือนัดประชุมตั้งบริษัท
- แบบรายงานการประชุมตั้งบริษัท
- แบบข้อบังคับ
- แบบวัตถุประสงค์เกษตรกรรม
- แบบวัตถุประสงค์อุตสาหกรรมและหัตถกรรม
- แบบวัตถุประสงค์พาณิชยกรรม
- แบบวัตถุประสงค์ธุรกิจบริการ
- แบบสัญญาหุ้นส่วนแก้ไขเพิ่มเติม
- แบบสัญญาเลิกห้างหุ้นส่วน
- แบบหนังสือสัญญาโอนหุ้นในบริษัท

10.-
5.-
5.-
5.-
10.-
10.-
5.-
10.-
15.-
15.-
5.-
5.-
5.-
ทั่วไป
แบบ ต.ท. (คำขอตรวจเอกสาร)
แบบ ร.ท. (คำขอหนังสือรับรอง / สำเนา
เอกสาร / ใบแทนใบสำคัญฯ)
แบบ ส.บช. (แบบนำส่งงบดุลและบัญชี
กำไรขาดทุน)
หากมีข้อสงสัยประการใด สอบถามรายละเอียดได้ที่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์
ด้านการจดทะเบียนธุรกิจ โทร. 0 2547 5995
กองคลัง กลุ่มงานรายได้ โทร. 0 2547 4491 และ 0 2547 4941
หรือ www.dbd.go.th หรือ E-mail : finance@dbd.go.th