h1.post-title{ font-size:20px;}

วันจันทร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2554

การยกเว้นภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่มที่บริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ (1)


การยกเว้นภาษีที่บริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ (1)
  
นาย สาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 5 และ มาตรา 6 แห่งพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 527) พ.ศ. 2554 ออกประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข เพื่อการยกเว้นภาษีเงินได้และ ภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับเงินได้ ทรัพย์สิน หรือสินค้าที่บริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย หรือภัยธรรมชาติอื่น ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2554 เป็นต้นไป โดยมีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น เป็นตัวแทนรับเงิน ทรัพย์สิน หรือสินค้าที่บริจาค เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยนั้น ลงวันที่ 3 ตุลาคม 2554 จึงขอนำมาเป็นประเด็นปุจฉา - วิสัชนา ดังต่อไปนี้

ปุจฉา วัตถุประสงค์ของการออกประกาศอธิบดีกรมสรรพากรดังกล่าวมีอย่างไร

วิสัชนา วัตถุประสงค์ของการออกประกาศดังกล่าว ก็เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข เพื่อการยกเว้นภาษีเงินได้และ ภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับเงินได้ ทรัพย์สิน หรือสินค้าที่บริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย หรือภัยธรรมชาติอื่นที่เกิดขึ้นในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2554 เป็นต้นไป โดยมีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นเป็นตัวแทนรับเงิน ทรัพย์สิน หรือสินค้าที่บริจาค เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย หรือภัยธรรมชาติอื่น ที่จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้และ ภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 5 และมาตรา 6 แห่งพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 527) พ.ศ. 2554 ซึ่งได้แก่ หลักเกณฑ์ในข้อ 2 ข้อ 3 ข้อ 4 และข้อ 5 ของประกาศดังกล่าว (ข้อ 1)


ปุจฉา มีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการบริจาคโดยผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่จะนำไปหักลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอย่างไร

วิสัชนา หลักเกณฑ์การหักลดหย่อนเพื่อการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามีดังนี้
 (1)ต้องบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย หรือภัยธรรมชาติอื่นที่เกิดขึ้นในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2554 เป็นต้นไป
 (2) ต้องบริจาคเป็นตัวเงินเท่านั้น
 (3) ให้นำเงินบริจาคดังกล่าวไปคำนวณหักจากเงินได้พึงประเมินหลังจากหักค่าใช้ จ่ายและหักลดหย่อนตามมาตรา 47 (1) (2) (3)(4) (5) หรือ (6) แห่งประมวลรัษฎากร เท่าจำนวนเงินที่บริจาคแต่เมื่อรวมกับเงินบริจาคตามมาตรา 47 (7) แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว ต้องไม่เกิน 10% ของเงินได้พึงประเมินหลังจากหักค่าใช้จ่ายและหักลดหย่อนนั้น (ข้อ 2)


ปุจฉา มีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการบริจาคโดยบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ซึ่งมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลที่จะนำไปหักลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลอย่างไร

วิสัชนา หลักเกณฑ์การหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อภาษีเงินได้นิติบุคคลมีดังนี้
 (1)ต้องบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย หรือภัยธรรมชาติอื่นที่เกิดขึ้นในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2554 เป็นต้นไป
 (2) จะบริจาคเป็นตัวเงินหรือทรัพย์สินก็ได้
 (3) ให้นำเงินหรือทรัพย์สินที่บริจาคดังกล่าวไปหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล เท่ากับจำนวนเงินหรือราคาทรัพย์สินที่บริจาค แต่เมื่อรวมกับรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะหรือเพื่อการสาธารณประโยชน์ตาม มาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว ต้องไม่เกินร้อยละสองของกำไรสุทธิ (ข้อ 3)


ปุจฉา มีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการบริจาคเป็นสินค้าหรือทรัพย์สินโดยผู้มีหน้าที่เสีย ภาษีมูลค่าเพิ่มซึ่งได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการบริจาคทรัพย์สิน ดังกล่าวอย่างไร

วิสัชนา หลักเกณฑ์การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับสินค้าที่ผู้ประกอบการได้นำไปบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย หรือภัยธรรมชาติอื่นที่เกิดขึ้นในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2554 เป็นต้นไป (ข้อ 4)


ทั้งนี้ การบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย หรือภัยธรรมชาติอื่นที่เกิดขึ้นในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2554 ที่จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้และ ภาษีมูลค่าเพิ่มตามข้อ 2 ข้อ 3 และข้อ 4 ดังกล่าว ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามข้อ 5 อาทิเช่น บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่เป็นตัวแทนรับเงิน ทรัพย์สิน หรือสินค้า ต้องดำเนินการในลักษณะเป็นสื่อกลางอย่างเปิดเผยเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบ อุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย หรือภัยธรรมชาติอื่น อย่างแท้จริง รวมทั้งแจ้งต่อกรมสรรพากร การออกหลักฐานการบริจาค และการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะที่เป็นตัวแทนโดยชัดแจ้ง ซึ่งในอดีตที่ผ่านมา ก็ได้เคยมีการปฏิบัติในลักษณะเช่นนี้มาก่อนแล้ว แต่เนื่องจากมีรายละเอียดเป็นจำนวนมาก จึงขอยกยอดไปกล่าวในสัปดาห์ต่อไปครับ

โดย : สุเทพ พงษ์พิทักษ์

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น