h1.post-title{ font-size:20px;}
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ใบกำกับภาษี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ใบกำกับภาษี แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2558

ข้อความที่ต้องระบุเพิ่มในใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป ใบเพิ่มหนี้ ใบลดหนี้ รายงานภาษีซื้อและภาษีขาย

ตั้งแต่ 1 มกราคม 2558 ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป ใบเพิ่มหนี้ และใบลดหนี้ จะต้องระบุข้อความเพิ่มเติม ดังนี้
1. ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ออกใบกำกับภาษี(ตั้งแต่ปี2558ต้องระบุสำนักงาน ใหญ่หรือสาขาที่)
2. ชื่อ ที่อยู่ของผู้ซื้อสินค้าหรือรับบริการ(ตั้งแต่ปี2558ต้องระบุเลขประจำตัวผู้ เสียภาษีซึ่งเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนและสำนักงานใหญ่หรือสาขาที่)
การระบุข้อความดังกล่าวจะต้องดำเนินการ ดังนี้

- ตีพิมพ์,จัดทำขึ้นด้วยระบบคอมพิวเตอร์,ประทับด้วยตรายาง, เขียนด้วยหมึก,พิมพ์ดีดหรือทำให้ปรากฏขึ้นด้วยวิธีการอื่นใดในลักษณะทำนอง เดียวกัน
- สำนักงานใหญ่ สนญ >> HO,HQหรือ 00000 (ห้าหลัก)
- สาขาที่... สาขาที่ 1 >> สาขาที่01,BRANCH NO 1
br.no 1 หรือ 00001(ห้าหลัก)
นอกจากนี้ รายงานภาษีขายจะต้องเพิ่มช่องมา 2 ช่อง ได้แก่
1. เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ซื้อสินค้า/ ผู้รับบริการ
2. สถานประกอบการต้องระบุสำนักงานใหญ่หรือสาขา
รายงานภาษีซื้อจะต้องเพิ่มช่องมา 2 ช่อง ได้แก่
1. เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ขายสินค้า/ ผู้ให้บริการ
2. สถานประกอบการต้องระบุสำนักงานใหญ่หรือสาขา
หากไม่ดำเนินการดังกล่าว ผู้จัดทำใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป ใบเพิ่มหนี้ ใบลดหนี้ และรายงานภาษีขายและรายงานภาษีซื้อ จะต้องเสียเบี้ยปรับ 2 เท่า ตามมาตรา 89(5)(10) และระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาทตามมาตรา 90(12)(15)

ที่มา facebook.com/taxationdotcom

วันศุกร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2556

ใบกำกับภาษีปลอม

การประกอบธุรกิจขายสินค้าหรือให้ บริการหากผู้ประกอบการหรือผู้ประกอบธุรกิจมีรายได้จากการขายสินค้าหรือให้ บริการ 1,800,000 บาทขึ้นไปจะต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ก็มีธุรกิจขายสินค้าหรือให้บริการบางประเภทที่กฎหมายให้สิทธิยกเว้นไม่ ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม เช่น ธุรกิจขายพืชผลทางการเกษตร ขายสัตว์ ขายหนังสือพิมพ์ นิตยสาร ธุรกิจขนส่ง เป็นต้น

เมื่อผู้ประกอบการได้ จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ทำให้ผู้ประกอบการมีหน้าที่ตามประมวลรัษฎากรคือ จะต้องออกใบกำกับภาษีพร้อมส่งมอบให้กับลูกค้า ต้องจัดทำรายงานภาษีมูลค่าเพิ่มให้เสร็จภายใน 3 วันทำการ ต้องยื่นแบบ (ภ.พ. 30) และชำระภาษีมูลค่าเพิ่มไม่ว่าจะมีภาษีที่ต้องชำระหรือไม่ก็ตามภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ไม่ว่าผู้ประกอบการนั้นจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ตาม