h1.post-title{ font-size:20px;}

วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับรายรับจากการให้บริการหนังสือพิมพ์ นิตยสารหรือตำราเรียน

พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 585) ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับรายรับจากการให้บริการหนังสือพิมพ์ นิตยสารหรือตำราเรียน ที่อยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (e-book) มีผลตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2558
เงื่อนไขการได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มดังกล่าวเช่นเดียวกับการยกเว้น ภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการขายหนังสือพิมพ์ นิตยสารหรือตำราเรียน แต่จะต่างกันในประเด็นการขายหนังสือพิมพ์ นิตยสารหรือตำราเรียนมีสิทธิแจ้งต่ออธิบดีกรมสรรพากรเพื่อจดทะเบียนภาษี มูลค่าเพิ่มและเสียภาษีมูลค่าเพิ่มแต่การ ให้บริการหนังสือพิมพ์ นิตยสารหรือตำราเรียน ที่อยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (e-book) ในปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายขอใช้สิทธิแจ้งต่ออธิบดีกรมสรรพากรเพื่อจดทะเบียน ภาษีมูลค่าเพิ่มและเสียภาษีมูลค่าเพิ่มได้
นอกจากนี้ การขายหนังสือพิมพ์ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มไม่ได้การโฆษณาในหนังสือพิมพ์ ในขณะที่การให้บริการหนังสือพิมพ์และโฆษณาหนังสือพิมพ์ในรูปของข้อมูล อิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (e-book) อาจจะได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มก็ได้แต่ต้องให้กรมสรรพากรตีความต่อไป

ที่มา facebook.com/taxationdotcom

วันพุธที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ภาษีน่ารู้ : ภาระภาษีกรณีนิติบุคคลจ่ายค่าโฆษณาใน Search engineให้กับบริษัทในต่างประเทศ มีภาระทางด้านภาษีใดบ้าง?

เรื่องนี้เป็นเรื่องน่ารู้อีกหนึ่งเรื่องน่ะครับ สำหรับการที่นิติบุคคลทำโฆษณาบน Search engine ต่างๆ เช่น Google เป็นต้น หรือที่เรารู้จักกันในนามของ Google adword นั่นเอง ซึ่งนิติบุคคลที่ทำโฆษณากับ Search engine นั้นจะเสียค่าโฆษณาตามจำนวนคลิ๊กที่มีผู้สนใจเข้ามาคลิ๊กดูเนื้อหาใน website ซึ่งประเด็นมีอยู่ว่าการทำธุรกรรมเช่นนี้นั้นมีประเด็นทางภาษีอย่าง ไรบ้าง?
ประเด็นที่ 1 : ภาษีเงินได้นิติบุคคล
รายจ่ายดังกล่าวเป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจการของบริษัท ถือเป็นรายจ่ายได้ไม่ต้องห้าม ตามมาตรา 65 ตรี(13) แห่งประมวลรัษฏากร
ประเด็นที่ 2 : ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
การให้บริการดังกล่าว เข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร เมื่อบริษัทจ่ายเงินได้ให้กับนิติบุคคลตามกฏหมายต่างประเทศจึงไม่มีหน้าที่ หักภาษี ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร
ซึ่งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายตามมาตรา 70 นั้นระบุไว้ดังนี้ "บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ มิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย แต่ได้รับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2)(3) (4) (5) หรือ (6) ที่จ่ายจากหรือในประเทศไทย ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นเสียภาษี โดยให้ผู้จ่ายหักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่ายตามอัตราภาษีเงินได้ "
ประเด็นที่ 3 : ภาษีมูลค่าเพิ่ม
การให้บริการดังกล่าว เข้าลักษณะเป็นการให้บริการในต่างประเทศ และได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร (เป็นการนำเข้าบริการ) จึงต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม บริษัทผู้จ่ายเงินมีหน้าที่นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มด้วยแบบ ภ.พ.36 ในอัตราร้อยละ 7 ตามมาตรา 83/6(2) แห่งประมวลรัษฎากร

Credit : CPD Tutor Team

วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ประกาศอธิบดีเกี่ยวกับอากรแสตมป์ฯ ฉบับที่ 54

ประกาศอธิบดีเกี่ยวกับอากรแสตมป์ฯ ฉบับที่ 54 ลงวันที่ 29 ธันวาคม 2557 แก้ไขเพิ่มเติมประกาศอธิบดีสรรพากรฯ ฉบับที่ 37 กำหนดให้ชำระอากรเป็นตัวเงินเพิ่มเติมดังต่อไปนี้
(1) สัญญาเช่าที่ดินโรงเรือน สิ่งปลูกสร้างอื่นหรือแพสำหรับค่าเช่าตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป ซึ่งเดิมกำหนดให้เฉพาะสัญญาที่ทำกับรัฐบาล องค์การรัฐบาล เทศบาล สุขาภิบาลหรือองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นเป็นผู้เช่าและสัญญาเช่าอสังหาฯที่ ต้องจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงาน เจ้าหน้าที่ ผู้รับจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดินตามลักษณะแห่งตราสาร 1 แห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์
(2) สัญญารับจ้างทำของที่มีสินจ้างตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป ซึ่งเดิมกำหนดให้เฉพาะสัญญารับจ้างทำของที่ทำกับรัฐบาล องค์การรัฐบาล เทศบาล สุขาภิบาลหรือองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ว่าจ้างและมีสินจ้างตั้งแต่ 200,000 บาทขึ้นไปตามลักษณะแห่งตราสาร 4 แห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์
โดยประกาศอธิบดีฉบับนี้ให้มีผลภายใน 60 วันนับตั้งแต่ลงราชกิจจา (วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558)
ดังนั้น หลัง 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 สัญญาเช่าที่ดินโรงเรือน สิ่งปลูกสร้างอื่นหรือแพที่มีค่าเช่าตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไปและสัญญารับจ้างทำของที่มีสินจ้างตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไปจะต้องชำระอากรเป็นตัวเงิน จะซื้ออากรแสตมป์มาติดไม่ได้
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ rd.go.th/publish/54509.0.html ครับ


ที่มา facebook.com/taxationdotcom