h1.post-title{ font-size:20px;}

วันพฤหัสบดีที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2555

การขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

โดยที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้อาศัยอำนาจตามมาตรา 3 อัฏฐ วรรคสองแห่งประมวลรัษฎากร ขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษี การชำระภาษี และการนำส่งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีธุรกิจเฉพาะ ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ออกไปอีก 8 วัน นับแต่วันพ้นกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษีตามที่กฎหมายกำหนด โดยมีวัตถุประสงค์ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีลดการใช้กระดาษเพื่อสนับสนุนโครงการร่วมชดเชยการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของกรมสรรพากร (RDCarbon Credit) อันเป็นการปลุกจิตสำนึกให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีมีส่วนร่วมกับสังคมในการลดภาวะโลกร้อน ทั้งนี้ สำหรับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีตามประมวลรัษฎากรที่กำหนดให้ยื่นรายการภาษี ระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2555 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2557
กรมสรรพากรขอชี้แจงเกี่ยวกับการขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีการชำระภาษี และการนำส่งภาษี สำหรับกรณีการยื่นแบบแสดงรายการผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในสาระสำคัญเพื่อให้เป็นที่เข้าใจกันโดยทั่วไป ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ให้ขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีตามประมวลรัษฎากรผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต สำหรับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีที่บทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากร
กำหนดให้ยื่นรายการในระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2555 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2557 ดังนี้
1.1 แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ได้แก่
      (1) ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.91 ซึ่งต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป ให้ขยายกำหนดเวลาดังกล่าวออกไปเป็นภายในวันที่ 8 เมษายนของปีถัดไป
      (2) ภ.ง.ด.94 ซึ่งต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีภายในเดือนกันยายนของทุกปี ให้ขยายกำหนดเวลาดังกล่าวออกไปเป็นภายในวันที่ 8 ตุลาคมของทุกปี
1.2 แบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคล ได้แก่
(1) ภ.ง.ด.50 ภ.ง.ด.52 และ ภ.ง.ด.55 ซึ่งต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีภายใน 150 วันนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี ให้ขยายกำหนดเวลาดังกล่าวออกไปเป็นภายใน 158 วันนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี
(2) ภ.ง.ด.51 ซึ่งต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีภายใน 2 เดือน
นับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลา 6 เดือนนับแต่วันแรกของรอบระยะเวลาบัญชี ให้ขยาย
กำหนดเวลาดังกล่าวเป็นภายใน 2 เดือน 8 วัน นับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลา 6 เดือนนับแต่
วันแรกของรอบระยะเวลาบัญชี
(3) ภ.ง.ด.54 ซึ่งต้องยื่นรายการและนำส่งภาษีภายใน 7 วันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงินได้พึงประเมินหรือจำหน่ายเงินกำไรออกไปจากประเทศไทย ให้ขยายกำหนดเวลาออกไปเป็นภายใน 15 วันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงินได้พึงประเมินหรือจำหน่ายเงินกำไรออกไปจากประเทศไทย
1.3 แบบแสดงรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ได้แก่ ภ.ง.ด.1 ภ.ง.ด.2 ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53 ซึ่งต้องยื่นรายการและนำส่งภาษีภายใน 7 วันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงินได้พึงประเมิน ให้ขยายกำหนดเวลาดังกล่าวออกไปเป็นภายใน 15 วันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงินได้พึงประเมิน
1.4 แบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม ได้แก่
(1) ภ.พ.30 ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษี
ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ให้ขยายกำหนดเวลาดังกล่าวออกไปเป็นภายในวันที่ 23 ของเดือน
ถัดไป
(2) ภ.พ.36 ซึ่งจะต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีภายใน 7 วันนับแต่
วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงินค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการ (กรณีผู้ประกอบการที่อยู่นอกราชอาณาจักร
ซึ่งได้เข้ามาประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว และไม่ได้
จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นการชั่วคราว) เดือนที่ขายทอดตลาด (กรณีผู้ทอดตลาดซึ่งขายทรัพย์สิน
ของผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม) หรือเดือนที่ครบกำหนด 30 วันที่ความรับผิดในการเสีย
ภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น (กรณีผู้รับโอนสินค้าหรือผู้รับโอนสิทธิในบริการตามมาตรา 83/7 แห่งประมวล
รัษฎากร) ให้ขยายกำหนดเวลาดังกล่าวออกไปเป็นภายใน 15 วันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่าย
เงินค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการ เดือนที่ขายทอดตลาด หรือเดือนที่ครบกำหนด 30 วันที่ความรับผิดใน
การเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น แล้วแต่กรณี
1.5 แบบแสดงรายการภาษีธุรกิจเฉพาะ ได้แก่ ภ.ธ.40 ซึ่งจะต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ให้ขยายกำหนดเวลาดังกล่าวออกไปเป็นภายในวันที่23 ของเดือนถัดไป

ข้อ 2 ผู้ที่จะได้รับสิทธิขยายกำหนดเวลาตามข้อ 1 จะต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีฉบับปกติและฉบับเพิ่มเติมผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเท่านั้น หากเป็นการยื่นแบบแสดงรายการภาษีฉบับปกติในรูปแบบของกระดาษ แม้ต่อมาจะได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีอีกครั้งผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต จะไม่ได้รับสิทธิให้ขยายกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษี หรือหากเป็นการยื่นแบบแสดงรายการภาษีฉบับปกติผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ต่อมายื่นแบบแสดงรายการภาษีอีกครั้งในรูปแบบของกระดาษ จะไม่ได้รับสิทธิให้ขยายกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษีเช่นกัน ผู้มีหน้าที่เสียภาษีจะต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร โดยการคำนวณเงินเพิ่มสำหรับกรณีการยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตจะเป็นไปตามตัวอย่างดังต่อไปนี้
ตัวอย่าง
กรณีการยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ.30 สำหรับเดือนภาษีกุมภาพันธ์ 2555 จะได้รับสิทธิขยายกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต หากปรากฏว่า
(1) ผู้ประกอบการยื่นแบบ ภ.พ.30 ฉบับปกติผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2555 กรณีดังกล่าวได้รับสิทธิขยายเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษี จึงไม่ต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากรแต่อย่างใด
(2) ผู้ประกอบการยื่นแบบ ภ.พ.30 ฉบับปกติผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2555 มีภาษีต้องชำระ กรณีดังกล่าวไม่ได้รับสิทธิขยายเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษี จึงต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามมาตรา 89 และมาตรา 89/1 แห่งประมวลรัษฎากร โดยคำนวณเงินเพิ่มตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม 2555 จนถึงวันชำระ
(3) ผู้ประกอบการยื่นแบบ ภ.พ.30 ฉบับปกติผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2555 ต่อมายื่นแบบ ภ.พ.30 ฉบับเพิ่มเติมผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2555 เพื่อปรับปรุงรายการยอดขายแจ้งไว้ขาด 30,000 บาท ภาษีขาย 2,100 บาท ทำให้มีภาษีต้องชำระเพิ่มเติม 2,100 บาท กรณีการยื่นแบบ ภ.พ.30 ฉบับเพิ่มเติมดังกล่าวจะต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามมาตรา 89 และมาตรา 89/1 แห่งประมวลรัษฎากร โดยคำนวณเงินเพิ่มตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2555 จนถึงวันชำระ
(4) ผู้ประกอบการยื่นแบบ ภ.พ.30 ฉบับปกติในรูปแบบของกระดาษ เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2555 ต่อมายื่นแบบ ภ.พ.30 ฉบับปกติอีกครั้งผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2555 มีภาษีต้องชำระเพิ่มเติม กรณีการยื่นแบบ ภ.พ.30 ฉบับปกติอีกครั้งดังกล่าวไม่ได้รับสิทธิขยายเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษี ต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามมาตรา 89 และมาตรา 89/1 แห่งประมวลรัษฎากร โดยคำนวณเงินเพิ่มตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม 2555 จนถึงวันชำระ
(5) ผู้ประกอบการยื่นแบบ ภ.พ.30 ฉบับปกติในรูปแบบของกระดาษ เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2555 มีภาษีต้องชำระ กรณีดังกล่าวไม่ได้รับสิทธิขยายกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษี ต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามมาตรา 89 และมาตรา 89/1 แห่งประมวลรัษฎากร ต่อมา ผู้ประกอบการยื่นแบบ ภ.พ.30 ฉบับเพิ่มเติมผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2555 เพื่อปรับปรุงรายการยอดขายแจ้งไว้ขาด 30,000 บาท ภาษีขาย 2,100 บาท ทำให้มีภาษีต้องชำระเพิ่มเติม 2,100 บาท กรณีการยื่นแบบ ภ.พ.30 ฉบับเพิ่มเติมดังกล่าวไม่ได้รับสิทธิขยายกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษีเช่นกัน ผู้ประกอบการต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามมาตรา 89 และมาตรา 89/1 แห่งประมวลรัษฎากร โดยคำนวณเงินเพิ่มตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม 2555 จนถึงวันชำระ
(6) ผู้ประกอบการยื่นแบบ ภ.พ.30 ฉบับปกติผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2555 มีภาษีต้องชำระ กรณีดังกล่าวได้รับสิทธิขยายกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษี จึงไม่ต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร ต่อมาผู้ประกอบการยื่นแบบ ภ.พ.30 ฉบับเพิ่มเติมในรูปแบบของกระดาษ เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2555 เพื่อปรับปรุงรายการยอดขายแจ้งไว้ขาด 30,000 บาท ภาษีขาย 2,100 บาท ทำให้มีภาษีต้องชำระเพิ่มเติม 2,100 บาท กรณีการยื่นแบบ ภ.พ.30 ฉบับเพิ่มเติมดังกล่าวไม่ได้รับสิทธิขยายกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษี ต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามมาตรา 89 และมาตรา 89/1 แห่งประมวลรัษฎากร โดยคำนวณเงินเพิ่มตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม 2555 จนถึงวันชำระ

ข้อ 3 กรณีที่เข้าหลักเกณฑ์ได้รับสิทธิให้ขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตตามคำชี้แจงฉบับนี้ แต่ปรากฏว่าในขณะที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต มีเหตุขัดข้องหรือข้อผิดพลาดของระบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต อันเป็นผลให้การยื่นแบบแสดงรายการภาษีดังกล่าวเกินกำหนดเวลาที่ได้รับอนุมัติให้ขยายออกไปตามข้อ 1 โดยมิใช่ความผิดของผู้มีหน้าที่เสียภาษี ผู้มีหน้าที่เสียภาษีจะได้รับสิทธิขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีดังกล่าวออกไปอีก 7 วันนับแต่วันสุดท้ายของกำหนดเวลาที่ได้รับอนุมัติให้ขยายออกไปตามข้อ 1 โดยผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ประสงค์จะใช้สิทธิขยายกำหนดเวลาดังกล่าว จะต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีในรูปแบบของกระดาษ พร้อมทั้งยื่นคำร้องขอขยายกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษีต่ออธิบดี ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาท้องที่ทั้งนี้ ตามประกาศกรมสรรพากร เรื่อง ขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษี การชำระภาษีและการนำส่งภาษีผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ลงวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2546

ข้อ 4 กรณีการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และได้รับสิทธิผ่อนชำระ 3 งวด ตามมาตรา 64 (1) แห่งประมวลรัษฎากร จะต้องผ่อนชำระภายในกำหนดเวลาดังนี้
- งวดที่หนึ่ง ต้องชำระพร้อมกับการยื่นแบบฯ ภายในกำหนดเวลาที่ได้รับอนุมัติให้ขยายออกไป
- งวดที่สอง ต้องชำระภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันสุดท้ายที่ต้องชำระงวดที่หนึ่ง
- งวดที่สาม ต้องชำระภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันสุดท้ายที่ต้องชำระงวดที่สอง
หากไม่ชำระงวดใดงวดหนึ่งภายในเวลาที่กำหนดไว้ ผู้มีหน้าที่เสียภาษีหมดสิทธิที่จะชำระภาษีเป็นรายงวดต่อไป และต้องเสียเงินเพิ่มตามมาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากรสำหรับงวดที่ไม่ชำระและงวดต่อ ๆ ไป โดยคำนวณเงินเพิ่มตั้งแต่พ้นกำหนดเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีที่ได้รับอนุมัติให้ขยายออกไปนั้นจนถึงวันชำระ

ตัวอย่าง
ผู้มีหน้าที่เสียภาษียื่นแบบ ภ.ง.ด.90 สำหรับปีภาษี 2554 ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตภายในกำหนดเวลาที่ได้รับอนุมัติให้ขยายออกไป กล่าวคือภายในวันที่ 10 เมษายน 2555 (วันที่ 8-9 เมษายน 2555 เป็นวันหยุดราชการ) โดยได้รับสิทธิผ่อนชำระ 3 งวด
ผู้มีหน้าที่เสียภาษีจะต้องชำระภาษีแต่ละงวดภายในกำหนดเวลาดังนี้
- งวดที่หนึ่ง ต้องชำระภายในวันที่ 10 เมษายน 2555
- งวดที่สอง ต้องชำระภายในวันที่ 8 พฤษภาคม 2555
- งวดที่สาม ต้องชำระภายในวันที่ 8 มิถุนายน 2555
หากปรากฏว่าผู้มีหน้าที่เสียภาษีชำระงวดที่ 1 ภายในวันที่ 10 เมษายน 2555 แต่ไม่ชำระภาษีงวดที่สองภายในวันที่ 8 พฤษภาคม 2555 ผู้มีหน้าที่เสียภาษีหมดสิทธิที่จะชำระภาษีเป็นรายงวดต่อไป และต้องรับผิดเสียเงินเพิ่มตามมาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากร สำหรับงวดที่สองและงวดที่สาม โดยคำนวณเงินเพิ่มตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2555 จนถึงวันชำระ

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น