h1.post-title{ font-size:20px;}
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สิทธิประโยชน์จากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สิทธิประโยชน์จากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

สิทธิประโยชน์จากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

 เงินที่ส่งเข้าหรือจ่ายออกจากกองทุนสำรอง เลี้ยงชีพ รวมทั้งผลประโยชน์จากการลงทุนของกองทุน จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีแบบ EEE (Exempted, Exempted, Exempted) โดยมีรายละเอียดดังนี้
            1.  เงินสะสมที่ สมาชิกจ่ายเข้ากองทุนสามารถนำมาหักลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้  โดยหักลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินปีละ 10,000 บาท สำหรับส่วนที่เกิน 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 15% ของค่าจ้าง และไม่เกิน 490,000 บาท ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำไปรวมกับเงินได้ที่เสียภาษี
                เงินสมทบที่ นายจ้างจ่ายเข้ากองทุน ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15% ของค่าจ้างของลูกจ้างแต่ละราย
            2. ผลประโยชน์จากการลงทุนของกองทุน เช่น  ดอกเบี้ย เงินปันผล และกำไรจากการขายหลักทรัพย์  ได้รับยกเว้นภาษี
            3. เงินที่สมาชิกได้รับจากกองทุนเมื่อสิ้นสุดสมาชิกภาพ ส่วนที่เป็นเงินสะสมได้รับยกเว้นภาษี สำหรับเงินสมทบ ผลประโยชน์เงินสะสม และผลประโยชน์เงินสมทบ
ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามเงื่อนไขดังนี้
                3.1 กรณีลาออกจากงานก่อนเกษียณอายุ
            ก. หากเป็นเงินที่จ่ายให้เนื่องจากออกจากงานโดยมีระยะเวลาทำงานน้อยกว่า 5 ปี ต้องนำเงินที่ได้รับจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไปคำนวณภาษี รวมกับเงินได้ประเภทอื่น
            ข. หากเป็นเงินที่จ่ายให้เนื่องจากออกจากงานที่มีระยะเวลาทำงานตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป สามารถเลือกเสียภาษีโดยไม่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีกับเงินได้ประเภทอื่น โดยมีสิทธิหักค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนเท่ากับ 7,000 บาทคูณด้วยจำนวนปีที่ทำงาน เหลือเท่าใดให้หักค่าใช้จ่ายอีกร้อยละ 50 ของเงินที่เหลือนั้น แล้วคำนวณภาษีตามอัตราภาษีเงินได้ ทั้งนี้ จำนวนวันทำงานตั้งแต่ 183 วันขึ้นไป นับเป็น 1 ปี น้อยกว่า 183 ให้ปัดทิ้ง