h1.post-title{ font-size:20px;}
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มาตรการฟื้นฟูหลังน้ำลดของรัฐบาล 6 มาตรการ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มาตรการฟื้นฟูหลังน้ำลดของรัฐบาล 6 มาตรการ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

มาตรการฟื้นฟูหลังน้ำลดของรัฐบาล 6 มาตรการ

มาตรการฟื้นฟูหลังน้ำลดของรัฐบาล 6 มาตรการ

• 1.ประชาชนทั่วไป
– การจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยครัวเรือนละ 5,000 บาท
– การซ่อม ที่อยู่อาศัยและทรัพย์สินที่เสียหาย กรณีบ้านเสียหายทั้งหลังจ่ายจริงไม่เกิน 30,000 บาทต่อหลัง
บ้านเสียหายบางส่วนจ่ายจริงไม่เกิน 20,000 บาทต่อหลัง ทรัพย์สินเสียหายจ่ายจริงไม่เกิน 10,000 บาทต่อครัวเรือน เว้นภาษีเงินได้ผู้ประสบภัย
– ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ จะจัดสินเชื่อเพื่อการเคหะวงเงิน 30,000 ล้านบาท ให้วงเงินไม่เกิน 100% ของราคาประเมิน
– พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย หรือขยายเวลาการผ่อนชำระหนี้ และให้กู้เพิ่มเติมกรณีฉุกเฉิน โดยธนาคารของรัฐ
– ส่วนที่ราชพัสดุ หากที่พักอาคารเสียหายจะยกเว้นค่าเช่า หากไม่สามารถประกอบอาชีพได้เกิน 3 วัน ยกเว้นค่าเช่า 1 ปี
– จัดสวัสดิการกู้เงินจากกองทุน ให้แก่ข้าราชการครู ที่ได้รับผลกระทบ กู้ยืมอัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อฟื้นฟูที่อยู่อาศัย พักชำระหนี้ข้าราชการครู ให้เงินหมุนเวียนเพื่อแก้ปัญหาหนี้ครู
– เร่งรัดให้บริษัทประกันภัยจ่ายค่าสินไหม รวมทั้งขยายเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษี และยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้กับผู้ประสบอุทกภัย นำค่าใช้จ่ายจากการท่องเที่ยวในประเทศ 15,000 บาท หักลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล พร้อมกันนี้ ยังมีมาตรการลดค่าครองชีพประชาชน อาทิ การผ่อนผันชำระค่าไฟฟ้า 3 เดือน
ผ่อนผันค่าน้ำ
– บริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) ค่าบริการโทรศัพท์บ้านและค่าอินเทอร์เน็ต จำหน่ายสินค้าจำเป็นราคาต่ำกว่าตลาด 20-40% ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล และส่วนภูมิภาควงเงิน 2,000 ล้านบาท สร้างอาชีพแก่ผู้ประสบอุทกภัยเยียวยาเกษตรกร 8.1 พันล้าน
• 2.เกษตรกร
– มาตรการสำคัญช่วยฟื้นฟูด้านการเกษตร โดยจัดเงินช่วยเหลือพิเศษ วงเงิน 8,174.55 ล้านบาท จ่ายชดเชยนาข้าวไร่ละ 2,222 บาท พืชไร่ ไร่ละ 3,150 บาท พืชสวนอื่นๆ ไร่ละ 5,098 บาท ประมง ปลา ไร่ละ 4,225 บาท กุ้ง ปู หอย ไร่ละ 10,920 บาท
– สินเชื่อสำหรับกลุ่มเกษตรกร เพื่อฟื้นฟูการประกอบอาชีพไม่เกินรายละ 100,000 บาท ลดอัตราดอกเบี้ยลง 3% ต่อปี วงเงินรวม 30,000 ล้านบาท ขยายเวลาชำระหนี้วงเงินกู้เพิ่มเติมเป็นเวลา 3 ปี และงดคิดอัตราดอกเบี้ย 3% ต่อปี ยกเว้นการเก็บค่าเช่าที่ราชพัสดุเพื่อการเกษตร 1 ปี
• 3.แรงงาน
– จัดตำแหน่งงานว่างรองรับ 101,845 อัตรา ส่งเสริมอาชีพที่สนับสนุนการปรับปรุงบ้าน สภาพแวดล้อม ยกระดับฝีมือแรงงานลูกจ้างที่ได้ผลกระทบจากอุทกภัย 15,000 คน จ่ายชดเชยการเลิกจ้างตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน 50% ของเงินเดือนแต่ไม่เกิน 15,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 6 เดือน
– การให้สินเชื่อต้นทุนต่ำในโครงการประกันสังคมวงเงิน 8,000 ล้านบาท สำหรับผู้ประกันตน เพื่อซ่ *** บ้านที่ถูกน้ำท่วมของตัวเอง หรือบิดามารดา รายละไม่เกิน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.5% เป็นเวลา 2 ปี ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน สำหรับผู้เข้าฝึกจาก 1% เหลือ 0.1% เป็นเวลา 1 ปี
• 4.ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี
– ให้การช่วยเหลือฟื้นฟูสถานประกอบการให้เข้าสู่ภาวะปกติได้เร็วที่สุดวงเงิน 500 ล้านบาท
– สนับสนุนช่องทางการจำหน่ายสินค้าของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ร้านค้าปลีก เร่งสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้นำเข้าด้วยการจัดโรดโชว์
– จัดวงเงินกู้เพื่อซ่อม และฟื้นฟูกิจการ โดยธนาคารเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม จะให้สินเชื่อแก่ผู้ประการ รายละไม่เกิน 1 ล้านบาท เป็นเวลา 6 ปี ดอกเบี้ย 6%
– โครงการประกันสังคมเคียงข้างผู้ประกอบการวงเงิน 2,000 ล้านบาท รายละไม่เกิน 1 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 3% คงที่ 3 ปี
– โครงการสินเชื่อเพื่อส่งเสริมการจ้างงานวงเงิน 10,000 ล้านบาท โดยธนาคารออมสินจัดสินเชื่อวงเงิน 40,000 ล้านบาท ร่วมกับธนาคารพาณิชย์ฝ่ายละครึ่งเพื่อปล่อยกู้ผู้ประกอบการ
– การค้ำประกันสินเชื่อให้แก่ผู้ประกอบการ ที่ต้องการฟื้นฟูธุรกิจเป็นเวลา 7 ปี ครอบคลุมวงเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์ 1 แสนล้านบาท
– ผ่อนปรนการพักชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย รวมทั้งการจัดหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ให้ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ประกอบการที่ประสบอุทกภัย และมาตรการด้านภาษีอื่นๆ
• 5.ผู้ประกอบการรายใหญ่
– จะช่วยจัดหาวัตถุดิบ เครื่องจักรและบุคลากร อำนวยความสะดวกให้ผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศเดินทางเข้ามาตรวจสอบซ่อม เครื่องมือเครื่องจักรที่เสียหาย
– จัดทำระบบป้องกันอุทกภัยของนิคมอุตสาหกรรม เพื่อป้องกันและลดผลกระทบจากปัญหาอุทกภัยและสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนต่างประเทศ
– รัฐบาลจะจัดหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และ ผู้ประกอบการเพื่อลงทุนระบบป้องกันอุทกภัยของนิคมและโรงงานวงเงิน 15,000 ล้านบาท ประสานกับเจบิคเพื่อนำเงินเข้าฝากธนาคารพาณิชย์ ที่ต้องการเงินเพื่อปล่อยสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการที่ประสบอุทกภัยจำนวน 50,000 ล้านบาท
– ผ่อนปรนระยะเวลาพักชำระหนี้ ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย รวมทั้งจัดหาวงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ
– ขยายเวลาการชำระภาษีแบบผ่อนชำระแก่บริษัทที่ประสบอุทกภัย
– ยกเว้นและลดหย่อนภาษีนิติบุคคล โดยให้ได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร สำหรับทุกเขตนิคมอุตสาหกรรม ปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์ด้านบีโอไอให้ผู้ประกอบการทั้งในและนอกนิคม อุตสาหกรรมที่ประสบอุทกภัย
• 6.มาตรการอื่นๆ เช่น จัดให้มีวอร์รูม เพื่อปรับปรุงศูนย์ให้ความช่วยเหลือทั้งทางโทรศัพท์และโซเชียลเน็ตเวิร์ค ประชาสัมพันธ์และสร้างความมั่นใจให้กับต่างประเทศเกี่ยวกับการดำเนินมาตรการ ต่างๆ ในการรับมือและการแก้ปัญหา บำบัดน้ำเสียและบรรเทาปัญหาน้ำเน่าเสีย โดยจัดทำน้ำหมักชีวภาพ เผื่อต้องใช้

เนื่องจากรัฐบาลประกาศผู้ประสบ ภัยน้ำท่วมจะได้เงินชดเชยความเสียหาย ประมาณ 5,000 บาท หรือท่วมทั้งหลังชดเชยไม่เกิน 30,000 บาท (ฟังจากข่าวทางทีวี) จึงได้หาแบบฟอร์มสำหรับยื่นคำร้องขอหนังสือรับรองกรณีผู้ประสบภัยมาให้ เพื่อจะได้ใช้ในการขอเบิกกับภาครัฐฯ ต่อไป
1. เอกสารประกอบการยื่นคำร้อง
2.แบบคำร้อง ของเขตบางพลัด (ผู้ที่อยู่เขตบางพลัดสามารถใช้แบบฟอร์มนี้ได้เลย แต่ถ้าอยู่เขตอื่นต้องเขียนใหม่ตอนยื่นเรื่องค่ะ)
3.แบบคำขอหนังสือรับรองกรณีผู้ประสบภัย หรือเจ้าของ หรือผู้ครอบครองทรัพย์สินฯ
4.หนังสือมอบอำนาจกรณีผู้อยู่อาศัยยื่นแทนเจ้าบ้าน